- สวัสดีครับเพื่อนสมาชิกชาว repair-notebook.com/ ทุกท่านครับ เคยตั้งคำถามกันใช่ไม๊ครับว่า "ทำไมเครื่องโน๊ตบุ๊คของเราเวลาที่ถูกใช้ไปนานๆ หรือเวลาที่เล่นเกมส์ที่ใช้กราฟฟิคสูงๆ บางทีเครื่องก็ดับไปเองเลย…"
- สาเหตุหลักๆเลยครับ… คือเรื่องของการระบายความร้อนของเครื่องโน๊ตบุ๊คของเรา ดังที่ผมได้เคยเขียนบทความเกี่ยวกับ โน๊ตบุ๊คเปิดแล้วดับเอง ตอนที่ 1 (ปัญหาจากความร้อน)
- สำหรับในตอนที่ 2 นี้ ผมได้แสดงวิธีการตรวจวัดอุณหภูมิความร้อนของเครื่องโน๊ตบุ๊ค ในสภาพที่ไม่อยู่ในตัวกรอบ แล้วใช้ ปืนวัดอุณหภูมิตรวจวัดอุณหภูมิให้เห็นกันว่า อุณหภูมิ ในจุดที่สำคัญๆ นั้น มีอุณหภูมิอยู่ที่กี่องศานะครับ
Category: อาการเสีย
-
โน๊ตบุ๊คเปิดแล้วดับเอง #ตอนที่ 2 (วิธีการตรวจวัดความร้อนโน๊ตบุ๊คตัวเก่งของเรา)
-
เมื่อวงจรภาคไฟแหล่งจ่ายมีการช้อตเกิดขึ้น
- สวัสดีครับเพื่อนๆสมาชิกชาว repair-notebook.com/ ทุกท่า วันนี้ผมได้ update ความรู้ในเรื่องของการใช้เครื่องมือสักเรื่องนะครับ อุปกรณ์ชิ้นนี้คือ Regulator Atten APS3005S
- ในฐานะที่เราเป็นช่างซ่อมโน๊ตบุ๊ค เมื่อเราต้องการจะจ่ายกระแสไฟเข้าสู่เมนบอร์ดของโน๊ตบุ๊คเพื่อทดสอบการทำงาน แต่ปรากฏว่าเมื่อทำการเสียบสายของ อะแดปเตอร์เข้าไปแล้ว ตัวอะแดปเตอร์ที่มีไฟสถานะอยู่จะเกิดการกระพริบ หรือหรี่ หรือดับหายไป เลยก็มีครับ และถ้าเราได้ถอดหัวเสียบออกจากบอร์ดของโน๊ตบุ๊ค สถานะไฟเหล่านั้นก็จะกลับสว่างเหมือนเดิม
- กรณีที่เราเป็นช่าง ที่มีการใช้ Regurator เราก็จะต้องตั้งแรงดันไฟประมาณ 19V. ส่วนกระแสปรับไว้ที่สูงสุดของรุ่นนี้คือ 5 Amp ครับ แล้วทำการเสียบแหล่งจ่ายไฟจาก Regurator เข้าสู่เมนบอร์ดโน๊ตบุ๊ค ผลที่ได้ปรากฏดังรูปครับ คือ ด้านซ้ายกระแสจะอยู่ที่ 5.4 Amp ส่วนด้านขวา แรงดันนั้นจะตกลงอยู่แค่เพียง 0.39 V. เท่านั้นเองครับ นั่นแสดงให้เห็นชัดเจนเลยว่ามีการช้อตในภาคไฟแหล่งจ่ายอย่างแน่นอน…อาการเหล่านี้ ทางช่างที่ซ่อมๆกัน เขาจะเรียกว่าอาการ“กินหมู” จบได้ไม่น่าเกิน ห้านาทีนะครับ
- ที่ผมนำมาเสนอวันนี้ คงพูดถึงเพียงแค่การใช้ Regurator จ่ายไฟให้แก่เมนบอร์ดโน๊ตบุ๊คแทนการใช้อะแดปเตอร์ และเราจะเห็นสถานะการทำงานของเมนบอร์ด ว่าเป็นไปในทิศทางที่ดี หรือแย่นะครับ เพราะฉะนั้น กระแสจะเป็นตัวบอกเราได้ว่า ขณะนั้น บอร์ด หรือวงจรภาคไฟ ได้มีการทำงานแล้ว และได้ดึงกระแสไปเป็นปริมาณมากน้อยเท่าไหร่กันนะครับ “ถ้าดึงน้อย ก็แสดงว่า วงจรชุดเล็กๆเริ่มทำงาน เพราะกินกระแสไม่ค่อยมาก แต่ถ้าดึงมาก เช่น สอง หรือสามแอมป์นั้นแสดงว่าวงจรภาคไฟในชุดต่างๆ เริ่มทำงานกันทั้งหมดแล้ว จึงมีการดึงกระแสไฟจากแหล่งจ่ายไปใช้อย่างเต็มที่นั่นเองครับ
มีปัญหาสอบถามได้ที่ www.repair-notebooks.com ขอบคุณครับ
-
โน๊ตบุ๊คเปิดแล้วดับเอง #ตอนที่1(ปัญหาด้านความร้อน)
- สวัสดีครับเพื่อนสมาชิกชาว Repair-Notebook ทุกๆท่าน สำหรับในวันนี้ ผมขอเพิ่มเติมบทความรู้ที่เกี่ยวกับการคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คของทุกๆท่าน ที่อาจจะเกิดอาการแบบที่ผมได้ขึ้นหัวข้อไว้ก็ได้นะครับ เรื่องมันมีอยู่ว่า “เราก็ใช้โน๊ตบุ๊คของเราตามปรกตินั่นแหละ แต่เผอิญว่า วันนี้ ใช้ไปได้สักพักใหญ่ อยู่ๆ โน๊ตบุ๊คของเราก็ดับไปโดยไม่บอกกล่าวให้เราได้บันทึกงาน หรือเตรียมตัว เตรียมใจ เตรียมความพร้อมเพื่อในการปิดเครื่องเลย (ปิดเองแบบนี้ เดี๋ยววินโดว์พังอีก ฮาร์ดดิสก์พัง ข้อมูลเสียหาย โอ้ย…หลายๆเรื่องมันจะเกี่ยวพันธ์กันหมดแหละครับ)
อุปกรณ์ที่ควรตรวจสอบ
- พัดลม CPU (CPU Fan) ซึ่งถือได้ว่าเป็นตัวสำคัญในการช่วยระบายความร้อนให้แก่ตัวชิ้งค์ทองแดง พัดลมอาจจะไม่หมุน อาจจะหมุนช้า(เพราะความสกปรก) พัดลมอาจหมุนปรกติ แต่ที่ตะแกรงทางออกเต็มไปด้วยฝุ่นหนา ทำให้การระบายความไม่สามารถผ่านออกไปทางซิ้งค์ทองแดงได้ ซึ่งเหล่านี้เป็นสาเหตุของการทำให้ความร้อนเกิดการสะสม และเกิดปัญหาด้านการดับของเครื่องต่อมานั่นเอง
- ซิ้งค์ทองแดง (Sink) ซิ้งค์นี้จะทำหน้าทีในการดูดซับความร้อนจากตัว Core CPU และส่วนของ Northbridge (บางรุ่นของโน๊ตบุ๊ค) ซึ่งจะทำให้ความร้อนในซิ้งค์รวมกันทั้งหมดผ่านเข้าในส่วนท่อซิ้งค์ทองแดง ซึ่งภายในจะมีน้ำยาที่จะเดือดเป็นไอ และแผ่กระจายความร้อนไปทั่วตัวซิ้งค์ (ต้องบอกว่า ไม่ใช่แค่ซิ้งค์ทองแดงเฉยๆที่จะช่วยระบายความร้อนนะครับ ถ้าไม่มีน้ำยาอยู่ภายใน ก็จะเป็นผลทำให้ความร้อนไม่มีการเคลื่อนตัวไปทั่วซิ้งค์ได้เร็ว ผลที่ตามมาก็คือ การร้อนเฉพาะที่ และทำให้เครื่องดับไปนั่นเอง)
- วงจรควบคุมการหมุนของพัดลม (Fan Controller) ซึ่งในส่วนวงจรควบคุมนี้ จะมีหลักการทำงานเหมือนๆกันแทบทั้งสิ้นในหลายๆ บอร์ด ซึ่งการทำงานของวงจรควบคุมการหมุนของพัลมนั้นจะได้มาจาก การตรวจจับความร้อนบริเวณ CPU และส่งคำสั่งไปยัง IO Controller จากนั้นจะมีคำสั่งจาก IO สั่งไปยัง IC OP-Amp (ส่วนใหญ่จะใช้เบอร์ที่เป็น XX358 ) ซึ่ง IC นี้จะควบคุมการทำงานของ Fet ที่จะให้กระแสไฟไหลผ่านจาก D-S ไปที่ขาไฟของพัดลม(ขาที่1) ทำให้มีการหมุนที่สอดคล้องกับอุณหภูมิที่แปรผัน นั่นหมายถึงว่าถ้า CPU ร้อนมาก IC OP-Amp ก็จะสั่งให้ Fet จ่ายกระแสไฟมากขึ้น พัดลมก็จะหมุนแรงขึ้นนั่นเอง)





