Blog

  • เครื่องอบชิพ HI1350 สำหรับ Reball chip ที่มีความคล่อง และชิพปลอดภัย

    • สวัสดีครับ เพื่อนๆสมาชิก repair-notebook.com/ วันนี้ขออัพเดรทความรู้ด้านการใช้เครื่องมือสักหน่อยนะครับ เครื่องมือตัวนี้เป็นเครื่องมือสำหรับการทำ reball chip แบบที่เราไม่ต้องใช้หัวลมร้อนมาเป่าที่ตัวชิพ เหมือนๆเดิมที่ช่างอย่างเราๆทำกันอยู่ครับ แต่วิธีนี้ เขาใช้การนำตัวชิพไปวางบนเตาความร้อน และให้ความร้อนไหลผ่านตัวชิพจากทางด้านหน้า(ด้านที่มียี่ห้อ เบอร์) และให้ความร้อนผ่านมาทางด้านหลัง(ด้านที่มีเม็ดตะกั่ว) ซึ่งจะต้องมีการปรับความร้อนให้มีความเหมาะสมกับตัวชิพของแต่และเบอร์ (ไม่งั้นชิพก็บวมเหมือนเดิมนั่นแหละ) มีความสะดวกสะบายและมั่นใจได้เยอะในระดับหนึ่งครับ
    • แต่เท่าที่ได้ประมวลวิธีการดู เราก็ยังคงต้องติดปัญหาการ Reball ตะกั่ว ลงบนตัวชิพนั้นก่อนที่จะนำไปวางบนเครื่องนี้อยู่ดีแหละครับ เพราะ หากเราใช้แผ่นเพลท ทำการเรียงเม็ดตะกั่วลงไปบนตัวชิพแล้ว เราจะต้องยกเพลท ออก เพื่อให้เหลือแต่ตัวตะกั่วเท่านั้น ตรงนี้ ถ้าทักษะฝีมือของช่างท่านใดยังไม่ชำนาญ ก็จะทำให้เสียเวลามากเลยนะครับ
    • เครื่องนี้จะมีประโยชน์ตรง ที่เราจะสามารถ Reball ตะกั่วให้ติดบนตัวชิพ ได้มากกว่า หนึ่งตัว ซึ่งจะมีผลทำให้เราสามารถทำชิพที่เป็นชนิดเดียวกัน สเป็คเดียวกันได้จำนวนมากขึ้นในเวลาที่ใช้เท่าเดิมครับ
    • ผมคงขอฝากไว้เพียงแค่นี้ ส่วนใครจะจัดหาไว้ใช้ก็พิจารณาในเรื่องประโยชน์ที่จะได้กับราคาสินค้าที่อาจอยู่ในระดับ 10000 บาท ครับ

     

    ขอบคุณ kukjetrad ผู้อัพโหลดคลิ๊ปนี้ให้เราดูกันครับ

  • Intel BD82HM55 Mobile Express Chipset

    • Chipset Mobile Intel® HM55 Express มาแนะนำความรู้ให้ทราบกัน สำหรับเพื่อนๆที่ไม่ค่อยได้ให้ความสำคัญกับมันมากนัก
    • สมัยก่อนๆ โครงสร้างของชิพเซ็ทบนเมนบอร์ดจะเป็นแบบ เหนือ ใต้ คือมีชิพเซ็ทส่วนเหนือที่ควบคุมดูแล CPU,RAM,VGA  และชิพเซ็ทส่วนใต้ที่ควบคุมดูแลสำหรับส่วนต่างๆทั้งหมดที่ไม่เกี่ยวกับ  CPU,RAM,VGA ครับ นั่นหมายถึงว่าไม่ว่าจะเป็นด้านการเชื่อมต่อHDD , ODD , USB ,Slot ต่างๆ และอีกหลายๆเรื่องด้วยกัน ทั้งหมดจะรวมอยู่ในชิพส่วนใต้ทั้งนั้นครับ
    • สมัยนี้เทคโนโลยีเปลี่ยนไปมาก ได้มีการนำเอาโครงสร้างทั้งหมดเหล่านั้นจับรวมไว้ในชิพตัวเดียวซะเลย เราอาจเรียกมันว่าเป็น Single chip ก็ได้นะครับ เพราะความสำคัญของภาคส่วนต่างๆจะถูกควบคุมด้วยชิพนี้แทบทั้งหมด
    • ชิพตัวนี้จะจับคู่กับ CPU ตระกูล Core I เช่น I3 I5 I7 ที่เป็นของยี่ห้อ Intel ครับ ใช้ร่วมกับ RAM DDR3 ที่ใช้แรงไฟ 1.5 โวลท์มีความเร็วของบัสในการทำงานที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ผู้ใช้ได้รู้สึกถึงความเร็วของเครื่องมากขึ้นด้วยครับ

    • Launch Date Q1’10
      Embedded Options Available Yes
      Supplemental SKU No
      Lithography 65 nm
      Max TDP 3.5 W
      Graphics Specifications
      Integrated Graphics Yes
      Graphics Output LVDS, CRT, Display Port, DVI, HDMI, SVDO
      Dual Display Capable Yes
      Macrovision* License Required No
      Expansion Options
      PCI Support Yes
      # of PCI Express Ports 6
      I/O Specifications
      USB Revision USB 2.0
      # of USB Ports 12
      # of SATA Ports 4
      Integrated LAN 10/100/1000
      Integrated IDE No
      Package Specifications
      Max CPU Configuration 1
      Package Size 25mm x 27 mm
      Low Halogen Options Available See MDDS

       

  • โน๊ตบุ๊คเปิดแล้วดับเอง #ตอนที่1(ปัญหาด้านความร้อน)

    • สวัสดีครับเพื่อนสมาชิกชาว Repair-Notebook ทุกๆท่าน  สำหรับในวันนี้ ผมขอเพิ่มเติมบทความรู้ที่เกี่ยวกับการคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คของทุกๆท่าน ที่อาจจะเกิดอาการแบบที่ผมได้ขึ้นหัวข้อไว้ก็ได้นะครับ  เรื่องมันมีอยู่ว่า “เราก็ใช้โน๊ตบุ๊คของเราตามปรกตินั่นแหละ  แต่เผอิญว่า วันนี้ ใช้ไปได้สักพักใหญ่ อยู่ๆ โน๊ตบุ๊คของเราก็ดับไปโดยไม่บอกกล่าวให้เราได้บันทึกงาน หรือเตรียมตัว เตรียมใจ เตรียมความพร้อมเพื่อในการปิดเครื่องเลย (ปิดเองแบบนี้ เดี๋ยววินโดว์พังอีก ฮาร์ดดิสก์พัง ข้อมูลเสียหาย โอ้ย…หลายๆเรื่องมันจะเกี่ยวพันธ์กันหมดแหละครับ)

     

    อุปกรณ์ที่ควรตรวจสอบ

    • พัดลม CPU (CPU Fan) ซึ่งถือได้ว่าเป็นตัวสำคัญในการช่วยระบายความร้อนให้แก่ตัวชิ้งค์ทองแดง  พัดลมอาจจะไม่หมุน  อาจจะหมุนช้า(เพราะความสกปรก) พัดลมอาจหมุนปรกติ แต่ที่ตะแกรงทางออกเต็มไปด้วยฝุ่นหนา ทำให้การระบายความไม่สามารถผ่านออกไปทางซิ้งค์ทองแดงได้  ซึ่งเหล่านี้เป็นสาเหตุของการทำให้ความร้อนเกิดการสะสม และเกิดปัญหาด้านการดับของเครื่องต่อมานั่นเอง

    • ซิ้งค์ทองแดง (Sink) ซิ้งค์นี้จะทำหน้าทีในการดูดซับความร้อนจากตัว Core CPU และส่วนของ Northbridge (บางรุ่นของโน๊ตบุ๊ค) ซึ่งจะทำให้ความร้อนในซิ้งค์รวมกันทั้งหมดผ่านเข้าในส่วนท่อซิ้งค์ทองแดง ซึ่งภายในจะมีน้ำยาที่จะเดือดเป็นไอ และแผ่กระจายความร้อนไปทั่วตัวซิ้งค์ (ต้องบอกว่า ไม่ใช่แค่ซิ้งค์ทองแดงเฉยๆที่จะช่วยระบายความร้อนนะครับ  ถ้าไม่มีน้ำยาอยู่ภายใน ก็จะเป็นผลทำให้ความร้อนไม่มีการเคลื่อนตัวไปทั่วซิ้งค์ได้เร็ว  ผลที่ตามมาก็คือ  การร้อนเฉพาะที่ และทำให้เครื่องดับไปนั่นเอง)

    • วงจรควบคุมการหมุนของพัดลม (Fan Controller) ซึ่งในส่วนวงจรควบคุมนี้ จะมีหลักการทำงานเหมือนๆกันแทบทั้งสิ้นในหลายๆ บอร์ด ซึ่งการทำงานของวงจรควบคุมการหมุนของพัลมนั้นจะได้มาจาก การตรวจจับความร้อนบริเวณ CPU และส่งคำสั่งไปยัง IO Controller จากนั้นจะมีคำสั่งจาก IO สั่งไปยัง IC OP-Amp (ส่วนใหญ่จะใช้เบอร์ที่เป็น XX358 ) ซึ่ง IC นี้จะควบคุมการทำงานของ Fet ที่จะให้กระแสไฟไหลผ่านจาก D-S ไปที่ขาไฟของพัดลม(ขาที่1)  ทำให้มีการหมุนที่สอดคล้องกับอุณหภูมิที่แปรผัน   นั่นหมายถึงว่าถ้า CPU ร้อนมาก  IC OP-Amp ก็จะสั่งให้ Fet จ่ายกระแสไฟมากขึ้น พัดลมก็จะหมุนแรงขึ้นนั่นเอง)

  • วิธีการตรวจสอบไฟจากอะแดปเตอร์โน๊ตบุ๊ค

    • สวัสดีครับเพื่อนๆและท่านผู้สนใจทุกท่าน  วันนี้เป็นวันที่ 28 ธันวาคม 2554 ใกล้จะสิ้นปี พ.ศ.นี้กันแล้วครับ   ก็ขออัพเดรทความรู้ให้เป็นวิทยาทานแก่ทุกท่านอีกเรื่องหนึ่งครับ  นั่นคือวิธีการวัดค่าแรงไฟที่แจ๊คหัวเสียบของอะแดปเตอร์ที่ใช้กับโน๊ตบุ๊คตัวเก่งของเราครับ…เพื่อวัตถุประสงค์ในการสรุปว่า ขณะนี้มีแรงไฟได้รออยู่ที่แจ๊คหัวเสียบของอะแดปเตอร์แล้ว  พร้อมที่จะเสียบเข้าสู่ตัวเครื่องโน๊ตบุ๊คของเราให้พร้อมทำงานกันต่อไปทันทีก

    รูปภาพแสดงการใช้ Digital Meter เพื่อวัดขั้วไฟจากอะแดปเตอร์

    รูปด้านล่างนี้เป็นการแนะนำการใช้ Multi Meter ชนิดเข็ม ทำการวัดขั้วไฟอะแดปเตอร์ของโน๊ตบุ๊ค

    เครื่องมือที่ใช้

    1. Multi Meter แบบเข็ม หรือ แบบ ดิจิตอลก็ได้
    2. อะแดปเตอร์สำหรับใช้กับโน๊ตบุ๊คตัวเก่งของเราครับ

    วิธีการวัด

    1. เริ่มด้วยการบิดย่านการวัดของมิเตอร์ไปที่การวัดไฟกระแสตรง (DC V.)  จากนั้นใช้สายวัดสีแดง เสียบเข้าไปในรูตรงกลางของแจ๊คหัวเสียบตามรูป  ส่วนสายวัดสีดำ ก็ให้แตะไปที่ตัวโครงสร้างด้านนอก(ตรงที่ตำแหน่งของปากคีบตามรูปนะครับ) จากนั้นเราก็จะสามารถอ่านค่าแรงไฟของอะแดปเตอร์ที่เราใช้อยู่ได้ค่า (ถ้าตามรูป เป็นมิเตอร์ดิจิตอล และแบบเข็ม จะอ่านค่าได้ 19V. ครับ)
    • แค่นี้เพื่อสมาชิก และท่านผู้สนใจในการเรียนรู้ด้านช่าง ก็จะทราบแล้วครับว่า  แรงไฟของอะแดปเตอร์ของเรามีแน่นอน พร้อมจะจ่ายให้แก่โน๊ตบุ๊คตัวเก่งได้แล้ว….
    • แต่ถ้าการวัดตามข้อ 1  ไม่สามารถอ่านค่าแรงไฟได้  ..ให้สัญนิฐานไว้ว่า ขั้วสายไฟทางด้านไฟบ้านของเราได้เสียบแล้วหรือยัง เสียบแล้วแน่นหรือเปล่า หรือ ปลั๊กไฟที่เสียบไม่แน่น, สิ่งเหล่านี้ต้องดูให้ละเอียดด้วยนะครับ  ส่วนใหญ่ที่ตัวของอะแดปเตอร์จะมีไฟสถานะอยู่หนึ่งดวง  ให้ดูดวงนั้นก็ได้ครับ …พอจะบอกได้ว่าไฟจากบ้านจ่ายเข้าตัวอะแดปเตอร์แล้ว  แต่ไฟที่จะออกไปเลี้ยงโน๊ตบุ๊คเรา…จะเป็นเท่าไหร่นั้น…เราก็ใช้วิธีการที่เราได้เรียนรู้จากตรงนี้ไปใช้ได้เลยครับเพื่อนๆ
  • ซ่อมเมนบอร์ดโน๊ตบุ๊ค ควรอ่านวงจร (schematic) ให้เป็นนะครับ..

    • สวัสดีครับเพื่อนๆชาว repair-notebook.com/ ทุกท่าน ห่างเหินกันไปนานมากเลย ที่ทางผมไม่ค่อยได้มาเขียนบทความให้เพื่อนๆและผู้สนใจได้รับทราบกัน แต่ในวันนี้ผมได้มีบทความดีๆอีกเช่นเคยที่จะนำเสนอต่อเพื่อนสมาชิกทุกท่านให้รับทราบเป็นความรู้และแนวทางกัน ดังหัวเรื่อง "ซ่อมเมนบอร์ดโน๊ตบุ๊ค ควรอ่านวงจร (schematic) ให้เป็นนะครับ"
    • มีเรื่องเปรียบเปยให้ฟังเล่นๆ อย่าซีเรียสกันนะครับ…”เขาบอกว่า ช่างที่อยู่ในแหล่งการซ่อมที่มีเครื่องเข้ามาจำนวนมากๆ เขาจะไม่ค่อยจะสนใจในเรื่องของการอ่าน หรือไล่ทางไฟ ทางสัญญาณกันในวงจรกันหรอกครับ เพราะเขาจะถือว่าไร้สาระ… มัวแต่มานั่งไล่ทางไฟ ก็วันหนึ่งคงได้ไม่ถึงสองเครื่องหรอก    ท่านเหล่านั้น เมื่อได้รับเครื่องเข้ามา  เขาก็จะดูจากอาการ แล้วก็ตีสรุปวัดดวงด้วยประสบการณ์ที่สะสมมาอย่างโชคโชนในชีวิตการซ่อม  …เช่น อาการไฟจ่ายปรกติ  แต่ภาพไม่ขึ้น  เขาก็ไม่สนใจจะไล่ดูว่าไฟมาครบหรือไม่ครบหรอก…เขาก็นำไปอบ Southbridge พออบแล้วไม่เกิด…เขาก็ถอดออกไป Reball ตะกั่วกันใหม่  …พอไม่เกิด …เขาก็เอาชิพตัวนั้นอกไปลองวางที่เครื่องอื่น(คือเขาอาจมีเครื่องต้นแบบเยอะ) แล้วปรากฏว่าวางเครื่องอื่นผ่าน  ก็ทำให้ท่านเหล่านั้น หันเหความสนใจ ไปมุ่งที่ชิพตัวอื่นแทน แล้วก็ทำแบบเดิมอีก…ไปเรื่อยๆ  พอไม่ผ่านจริงๆ แล้ว ก็บอกว่าซ่อมไม่ได้ ส่งคืนลูกค้า”
    • ซึ่งในความเป็นจริงของหลักการซ่อมแล้วนั้น  เมื่อเครื่องที่ได้รับซ่อมเข้ามา ลูกค้าจะแจ้งอาการเสีย ผู้ซ่อมก็จะต้องทำการเปิดทดลองดูว่าเป็นจริงตามแจ้งหรือไม่  และควรดูเรื่องการแตกหักเสียหาย ไหม้ ฯลฯ มีการวัดแรงไฟในจุดต่างๆ ของบอร์ด เพื่อดูความพร้อมของระบบไฟ จะได้ไม่ผิดพลาด
    • เรื่องก็จะมีอยู่ว่าช่างใหม่ช่างเก่าที่จะเป็นช่างซ่อมเมนบอร์ดที่ดีมีความเข้าใจในส่วนโครงสร้างการทำงานขเมนบอร์ดในภาคการทำงานต่างๆให้ดีด้วย อาจดีในระดับหนึ่ง หรือไม่ต้องมากก็ได้ แต่ต้องดูแล้วให้เข้าใจ ว่า สัญญาลักษณ์นั้นๆคือตัวอุปกรณ์ใด มีการต่อจากจุดไหน ไปจุดไหน ผ่านอะไรบ้าง  มีแรงไฟในแต่ละจุดกีโวลท์  มีสัญญาณ(signal) กีเฮิร์ท ในแต่ละจุดมันทำงานได้เลยไม๊ หรือว่าต้องมีคำสั่งจากที่ไหนมาสั่งให้มันทำงาน  และหรือว่าหลักการทำงานของมันนั้นจะเกิดขึ้นได้มันมีขั้น มีตอนอย่างไร ฯลฯ  และความสำคัญอีกหลายๆ เรื่องที่ผมอาจไม่ได้นำมาแจงตรงนี้  แต่ก็โดยสรุปแล้ว มันมีประโยชน์อย่างมากๆ ครับ

     

    • จากตัวอย่างวงจรของ ด้านบนนี้  เราจะเห็นถึง การนำสัญญาลักษณ์ของอุปกรณ์อิเล็คมาเชื่อมต่อกันให้เป็นขั้นตอนการทำงาน ตามคุณสมบัติ และหน้าที่ของอุปกรณ์นั้นๆครับ  เช่นตำแหน่ง J_RTC1 จะเป็นขั้วคอนเน็คเตอร์สำหรับเสียบถ่าน CMOS Backup เราจะเห็นว่ามีสองขั้ว ขั้วตำแหน่งที่ 1 เป็นไฟบวก ซึ่งจะมีไฟเลี้ยงอยู่ 3 โวลท์(ข้อมูลของ Litium CR2032) จ่ายกระแสผ่าน R528  และผ่าน ไดโอดตัวนึง ฯลฯ ประมาณ นั้น  และอย่างเช่น ขาที่สองของขั้วถ่าน จะถูกต่อลงกราวด์ ฯ อย่างนี้เป็นต้นครับ
    • เวลาที่เกิดอาการเสียเกิดขึ้น  เราไปมองในวงจร เราก็ต้องอึ้ง เพราะบางที ขาแต่ละขา มันไม่ได้ลากโยงกันให้เห็นบนเมนบอร์ด แต่มันจะดำดิ่งหายไป และโผ่ลด้านหลังบ้าง ….ไปโผล่กันไกลๆบ้าง ,,ทำให้เราไม่สามารถที่จะหาตัวเสียได้อย่างเร็ว  แต่พอได้มาไล่ทาง schematic กันดู เราก็จะร้องอ๋อ ได้ทันที เพราะเห็นว่า ตัวนั้น ตัวนั้น ต่อกันอย่างไร  ทั้งๆที่บนบอร์ดจริง ลายวงจรมันดิ่งหายไป  อย่างนี้เป็นต้นนะครับ…
    • สรุปก็คือ  การเป็นช่างซ่อมโน๊ตบุ๊คที่ดี และเก่ง นอกจากประสบการณ์ส่วนตัวของแต่ละท่านแล้ว  ก็ยังต้องอาศัยวงจร เป็นส่วนของการช่วยในการวิเคราะห์เส้นทาง และการทำงาน รวมถึงหาอุปกรณ์ที่เราอาจมองไม่เห็นได้จากตำแหน่งจริงได้  ดังนั้น ผมจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เพื่อนสมาชิกและผู้สนใจทุกท่านคงให้ความสำคัญต่อการอ่านวงจรกันให้มากขึ้นนะครับ…เพราะว่ามันเป็นของคู่กันของช่างซ่อมอย่างเราๆครับผม…

    คลิ๊กที่นี่ เพื่อ download schematic notebook all brand 1 GB.

     

  • อาการเสียของโน๊ตบุ๊คแบ่งออกเป็น 3 อาการใหญ่ๆ

    • วันนี้ผมได้เขียนบทความนี้ขึ้นมาในช่วงที่กรุงเทพฯกำลังเผชิญกับปัญหาอุทกภัยที่ค่อยๆลามเข้าสู่ใจกลางเมืองอยู่ตลอดเวลา  แต่เนื่องจากชีวิตต้องดำเนินต่อไป  เราจึงต้องนำเสนอความรู้ความเข้าใจในเรื่องของความรู้ด้านการซ่อมโน๊ตบุ๊คให้แก่เพื่อนสมาชิกทุกท่านได้ทราบกันต่อครับ
    • หัวเรื่องที่ผมเขียนขึ้นในวันนี้ “อาการเสียของโน๊ตบุ๊คแบ่งออกเป็นสองอาการใหญ่ๆ” หลายท่านอาจมองว่า อาการที่ได้พบเจอในแต่ละวันๆนั้น มีมากมายหลายเรื่องจุกจิกมากกว่า 3 อาการที่บอกด้วยซ้ำ

    แต่สำหรับในความคิดเห็นที่ผมได้เขียนตรงนี้  ก็จะพอบอกได้ว่า ยังไงก็ยังอยู่ในสองอาการหลักๆ ครับ อาการที่ว่า ได้แก่

    1. ไฟไม่จ่ายเข้าเครื่อง กล่าวคือไม่ว่าจะใช้แบต หรืออะแดปเตอร์ก็จะไม่เห็นไฟสถานะใดๆเกิดขึ้นให้ปรากฏำ รวมไปถึงการที่จะกดปุ่มเปิดให้เครื่องทำงานตามปรกติ ก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆให้ปรากฏเลยนะครับ “ในกรณีของช่างซ่อมก็จะใช้การวัดไฟในตำแหน่งต่างๆ บนเมนบอร์ด ก็จะไม่สามารถวัดได้เช่นกัน” อย่างนี้แหละครับที่ผมเรียกว่า ไฟไม่จ่ายครับ  จัดเป็นอาการในประเภทที่ 1 ครับ
    2. ไฟจ่ายเข้าเครื่องแต่กดปุ่มเปิดเครื่องแล้ว ไม่มีภาพปรากฏที่่จอภาพ นั่นก็หมายความว่า มีไฟเข้ามารอ หรือมีไฟสถานะที่เคยเห็นปรากฏแล้ว เมื่อกดปุ่มเปิดตามปรกติ  ก็มีการเปลี่ยนสถานะ  แต่ผลก็คือ  ไม่มีภาพปรากฏให้เห็นทั้งจอในเครื่อง และหรือต่อออกจอด้านนอก ก็ไม่มีภาพให้เห็นเลย “ในกรณีของช่างซ่อมก็จะทำการวัดไฟในตำแหน่งต่างๆ เพื่อดูไฟเลี้ยงที่ไปยังส่วนภาคต่างๆ ทั้งก่อนกด Power On , และหลังกด Power On ช่างก็จะทราบว่ามีปัญหาในเรื่องของระบบไฟในจุดไหนๆบ้างนะครับ” สำหรับกรณีอย่างนี้ผมก็จัดเขาเข้าไปอยู่ในประเภทที่สองนี่เอง
    3. ไฟจ่ายเข้าเครื่องแล้ว และสามารถกดปุ่ม Power On ได้ ไฟสถานทุกจุดทำงาน และที่สำคัญมีภาพปรากฏที่หน้าจอให้แล้วด้วย  แต่ปัญหาของอาการในประเภทที่สามนี้ก็คือ  ไม่สามารถเข้าสู่ระบบปฏิบัติการ (วินโดว์) ได้นั่นเอง  ไม่ว่าด้วยอาการใด ๆ ที่มีภาพ แต่ไม่สามารถเข้าสู่หน้าจอของวินโดว์ได้ แบบคล่องตัวตามปรกติ  ผมขอจัดให้อาการเหล่านั้นอยู่ในประเภทที่ 3 นี้ครับ  “ซึ่งในส่วนของช่างซ่อม ก็อาจจะทำการทดลองโดยการสลับเปลี่ยนฮาร์ดดิสก์ดูก่อน หรืออาจให้มีการบูตจากแผ่น Hirent  ,Mini XP หรือสื่ออื่นที่บูตระบบได้ เพื่อทดสอบการทำงาน และหาข้อสรุปของปัญหาที่เกิดอาการนั้นๆ ครับ

    (more…)

  • ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการดูแล หากโน๊ตบุ๊คของเพื่อนสมาชิกท่านใดตกน้ำ หรือน้ำเข้า

    • ในสถานะการณ์ปัจจุบันนี้ เราจะอยู่กับน้ำตลอด เพื่อนๆหลายท่านได้อพยศ เคลื่อนย้ายตัวเอง สิ่งของต่างๆ เพื่อไปยังที่ปลอดภัย และมีความสะดวกสบายกว่า อาจพบกับปัญหาข้าวของที่ขนย้ายหล่นน้ำ หรือน้ำกระเด็นจากคลื่นของน้ำที่พัดเข้ามากระทบพาหนะที่เราใช้ในการเคลื่อนย้ายสิ่งของ และสมมุติว่าหนึ่งในนั้นคือ โน๊ตบุ๊คตัวเก่งของเรา แบบว่าโดนน้ำเข้าไปเต็มๆ…ทีมงาน Repair-Notebook ขอให้คำแนะนำดังนี้นะครับ

    ข้อปฏิบัติแรกเลย

    • ให้ถอดแบตเตอรี่แพ็คของโน๊ตบุ๊คออกทันที
    • ห้ามเสียบปลั๊กไฟเพื่อทำการทดสอบว่าเครื่องยังทำงานได้อยู่หรือไม่
    • ให้หาไขควงสี่แฉกเล็ก เพื่อไขเอา ฮาร์ดดิสก์ของโน๊ตบุ๊คออกก่อน (อาจไม่ยากเกินไปนะครับ)
    • กรณีที่โน๊ตบุ๊คโดนน้ำเข้า ไม่ว่าจะมากน้อยขนาดใด  หากเราเห็นตำแหน่งที่น้กเข้าโดยตรง ก็ให้เราดูแลในส่วนนั้นได้เลย เช่น แค่ฝากแด้านขนของตัวเครื่อง กรณีนี้ ก็ให้ทำการเช็ดทำความสะอาดตามปรกติได้เลยครับ
    • กรณีน้ำกระเด็นเข้าเยอะหน่อยแบบว่า โดนเข้าตัวเครื่องเต็มๆ และเมื่อยกฝาเจอของโน๊ตบุ๊ค เหมือนใช้งานตามปรกติแล้วพบว่ามีคราบน้ำที่ตำแหน่งของ หน้ากากจอ (ซึมเข้าด้านกรอบด้านข้างของจอ)  ก็ให้ทำการซับในส่วนที่มีน้ำให้แห้งที่สุด เท่าที่มองเห็นได้ และให้ลองจับจอ หมุนซ้าย หมุนขวา คว่าหน้า เอียงข้าง…ยังไงก็ได้ เพื่อจะได้สังเกตุว่ายังพอจะมีน้ำอยู่ในฝาจออีกหรือไม่นะครับ หากมีก็ใช้วิธีการซับน้ำเหล่านั้นให้แห้งตามวิธีเดิมครับ  และหากมีไดร์เป่าผม ก็ให้ทำการเป่าให้ความร้อนอ่อนๆ ลมแรงๆ แล้วเป่าให้ลมความร้อนเข้าในซอกของขอบจอ  อย่าให้ความร้อนของไดร์เป่าผมอยู่ในตำแหน่งเดียวเป็นเวลานานๆนะครับ  พยายามที่จะเลื่อนไปเลื่อนมา เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้จากความร้อนครับ
    • กรณีน้ำเข้าในส่วนคีย์บอร์ดก็ให้ใช้วิธีการ คว่ำหน้าของคีย์บอร์ดลงพื้น เพื่อให้น้ำออกให้มากที่สุด  จากนั้นใช้ไดร์เป่าผม ทำการเป่าไล่ความชื้น หรือหยุดน้ำที่อาจมีตกค้าง ก็จะช่วยบรรเทาได้ระดับหนึ่งครับ
    • กรณีน้ำเข้าสู่ตัวเครื่องด้านใด  ก็ให้ทำการคว่ำตัวโน๊ตบุ๊คเพื่อให้ทางน้ำออกจากตัวเครื่องได้มากที่สุด แล้วค่อยยกไปให้ช่างทันที ห้ามทำการเปิดเครื่องโดยเด็ดขาดครับ

    สรุปก็คือ  หากเป็นกรณีน้ำเลอะ เปอะเปื้อนเล็กๆน้อยๆ ก็จัดการไปตามที่เห็นให้เรียบร้อยครับ

    • แต่ถ้ากรณีน้ำเข้ามากๆ ทีมงานคิดว่า ส่งไปให้ร้าน ให้ช่างเขาช่วยดูแลเลย  ก็จะช่วยทำให้โน๊ตบุ๊คของเพื่อนสมาชิกที่ไม่ใช่ช่างๆ อย่างเรา ยังคงมีชีวิตชีวา สามารถใช้งานได้ต่อๆไปนะครับ
  • อาการช้อตที่เกิดได้บ่อยครั้งใน Mainboard Notebook

    เพื่อนๆสมาชิกทุกท่าน วันนี้ผมได้อัพเดรทบทความหนึ่งบทความครับ  เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในงานซ่อมรายวัน  แต่เผอิญว่าในส่วนที่ผมซ่อมอยู่นั้นอะไหล่มันเยอะนะครับ  ดังนั้น  บางครั้งผมอยากจะเผามันเล่น อยากจะถอดโน่น ถอดนี่ หรือทำให้มันช้อต มันไหม้ ก็ไม่ถือว่าซีเรียสครับ  ดังนั้นพอนึกขึ้นได้ก็เลยเก็บ clips ที่อาจจะหาดูได้ยากมาฝากเพื่อนๆ ถึงในช่วงนี้อาจจะไม่มีบทความเด่นๆ มากนัก  ก็อย่าเพิ่งว่ากันนะครับ  เอาหละ ดู clips กันเลยครับ

     

  • PCB-50 + SOIC-8Adaptor(209mm) สำหรับงานซ่อมเมนบอร์ดโน๊ตบุ๊ค

    • สวัดีครับเพื่อนๆชาว Repair-Notebook วันนี้ขออนุญาต แนะนำสินค้าหน่อยนะ. ปรกติเราจะซื้อ PCB-50 เครื่องโปรแกรมรอมกันไปใช้กันครับ แต่ผมอยากจะแนะนำว่า ในวันนี้สำหรับช่างซ่อมโน๊ตบุ๊ค  เวลาเราจะโปรแกรมรอม  ตัวรอมที่เราเจอในโน๊ตบุ๊คส่วนใหญ่จะเป็น SPI Flash และมีตัวถังเป็นแบบ SOIC-8 ขนาด 209 mm ครับ  ดังนั้น หลายคนที่ใช้เครื่องโปรแกรมรุ่นนี้ เวลาจะ Flash BIOS Notebok ก็จะทำให้เกิดความไม่ค่อยคล่องตัวในการ Flash